วิธีการเลือกรูปทรงเบาะจักรยาน (Saddle Shape) ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักปั่นแต่ละคน โดยพิจารณาจาก การหมุนของกระดูกเชิงกราน (Pelvic Tilt) และ สไตล์การปั่น (Riding Style) เพื่อความสบายและประสิทธิภาพสูงสุด สรุปได้ดังนี้
- เข้าใจสรีระกระดูกเชิงกรานของคุณ (Pelvic Tilt) วิธีการทดสอบง่ายๆ คือยืนพิงกำแพง (ส้นเท้า ก้น และไหล่ชิดกำแพง) แล้วสังเกตช่องว่างที่หลังส่วนล่าง:


- Anterior Pelvic Tilt: มีช่องว่างที่หลังมาก (กระดูกสันหลังโค้งเยอะ)

- Neutral Pelvic Tilt: มีช่องว่างปานกลางหรือเล็กน้อย

- Posterior Pelvic Tilt: แทบไม่มีช่องว่างเลย (หลังแบนราบไปกับกำแพง)

2. สไตล์การปั่น (Riding Style)

- Dynamic Riders (สายขยับ): ชอบขยับตัวเปลี่ยนตำแหน่งบนเบาะบ่อยๆ เพื่อความคล่องตัว
- Static Riders (สายแช่): ชอบนั่งตำแหน่งเดิมนิ่งๆ เป็นเวลานาน ต้องการความมั่นคง
3. การเลือกทรงเบาะให้เหมาะกับคุณ Selle Italia แบ่งรูปทรงเบาะออกเป็น 3 แบบหลัก:

- ทรงแบน (Flat):
- เหมาะสำหรับ: Dynamic Riders ที่มี Anterior Pelvic Tilt (กระดูกเชิงกรานหมุนไปด้านหน้า)
- จุดเด่น: ให้อิสระในการเคลื่อนไหวสูง เหมาะกับท่านั่งที่ก้มเยอะหรือขี่แบบดุดัน
- รุ่นตัวอย่าง: ตระกูล Flite
- ทรงกลาง (Neutral):
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มี Neutral Pelvic Tilt หรือคนที่ต้องการความสมดุลระหว่างการขยับตัวและความมั่นคง
- จุดเด่น: เป็นทรงที่เข้ากับนักปั่นส่วนใหญ่ได้ดีที่สุด
- รุ่นตัวอย่าง: ตระกูล SLR
- ทรงเว้า/ลูกคลื่น (Waved):
- เหมาะสำหรับ: Static Riders ที่มี Posterior Pelvic Tilt (กระดูกเชิงกรานหมุนไปด้านหลัง)
- จุดเด่น: ให้การซัพพอร์ตสูงสุด ช่วยล็อกตำแหน่งก้นให้นิ่งและมั่นคง
- รุ่นตัวอย่าง: ตระกูล Novus
สรุปสั้นๆ:
- Flite (Flat): สำหรับคนชอบขยับตัว ก้มเยอะ (หลังแอ่น)
- SLR (Neutral): สำหรับคนทั่วไป สายกลาง (หลังปกติ)
- Novus (Waved): สำหรับคนชอบนั่งแช่ ต้องการซัพพอร์ต (หลังแบน)
ระบบ idmatch ซึ่งช่วยให้นักปั่นเลือกขนาดและรูปแบบของเบาะที่เหมาะสมกับสรีระของตนเองได้แม่นยำที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ:
หลักการของระบบ idmatch ระบบนี้จะพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลักเพื่อกำหนด "Size" ของเบาะ คือ:
- ระยะห่างระหว่างกระดูกนั่ง (Intertrochanteric Distance): วัดความกว้างของกระดูกเชิงกราน
- การหมุนของกระดูกเชิงกราน (Pelvic Rotation): วัดความยืดหยุ่นของร่างกายขณะปั่น

ความหมายของตัวอักษรและตัวเลข
- ตัวอักษร (S และ L) บอกความกว้าง:
- S (Small): สำหรับคนที่มีระยะห่างกระดูกนั่ง แคบ (น้อยกว่า 120 มม.)
- L (Large): สำหรับคนที่มีระยะห่างกระดูกนั่ง กว้าง (มากกว่า 120 มม.)
- ตัวเลข (1, 2, 3) บอกขนาดช่องระบาย (รูตรงกลางเบาะ):
- 1 (No Hole): เบาะเต็ม ไม่มีรู เหมาะสำหรับคนที่มีการหมุนของกระดูกเชิงกรานต่ำ (ตัวแข็ง ก้มได้น้อย)
- 2 (Flow): มีรูขนาดกลาง (Flow) เหมาะสำหรับคนที่มีการหมุนของกระดูกเชิงกรานปานกลาง
- 3 (Superflow): มีรูขนาดใหญ่ (Superflow) เหมาะสำหรับคนที่มีการหมุนของกระดูกเชิงกรานสูง (ตัวอ่อน ก้มได้เยอะ)
สรุปประเภท Size ทั้ง 6 แบบ (+1 แบบพิเศษ)
- S1: กระดูกนั่งแคบ + ตัวแข็ง (ก้มได้น้อย) -> เบาะเล็ก ไม่มีรู
- S2: กระดูกนั่งแคบ + ตัวยืดหยุ่นปานกลาง -> เบาะเล็ก มีรู Flow
- S3: กระดูกนั่งแคบ + ตัวอ่อน (ก้มได้เยอะ) -> เบาะเล็ก มีรู Superflow
- L1: กระดูกนั่งกว้าง + ตัวแข็ง (ก้มได้น้อย) -> เบาะใหญ่ ไม่มีรู
- L2: กระดูกนั่งกว้าง + ตัวยืดหยุ่นปานกลาง -> เบาะใหญ่ มีรู Flow
- L3: กระดูกนั่งกว้าง + ตัวอ่อน (ก้มได้เยอะ) -> เบาะใหญ่ มีรู Superflow
- U3 (Universal): ขนาดพิเศษสำหรับไตรกีฬา
คำแนะนำเพิ่มเติม
- คนที่มีความยืดหยุ่นน้อย (Low Flexibility): สามารถใช้เบาะเบอร์ 1, 2 หรือ 3 ก็ได้ แต่แนะนำเบอร์ 1
- คนที่มีความยืดหยุ่นมาก (High Flexibility): ไม่แนะนำ ให้ใช้เบาะที่ไม่มีรู (ควรใช้เบอร์ 3) เพราะต้องการพื้นที่ลดแรงกดทับเมื่อก้มตัวมากๆ
หากคุณไม่แน่ใจเรื่องขนาด ทาง Selle Italia แนะนำให้ไปวัดตัวที่ Probike ทั้งสองสาขา เพื่อความแม่นยำ หรือลองสังเกตความยืดหยุ่นของตัวเองจากการยืนพิงกำแพงเบื้องต้นได้









